คุณภาพของเสาเข็มและแผ่นพื้นคอนกรีตอัดแรงไม่ได้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่เป็นผลรวมของการควบคุมมาตรฐานตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิตขั้นสุดท้าย บทความนี้สรุปขั้นตอนหลักที่บริษัทฯ ยึดถือในการผลิตคอนกรีตอัดแรงทุกชิ้น
จุดเริ่มต้นคือกำลังอัดของคอนกรีต ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 350 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (ทดสอบด้วยตัวอย่างทรงกระบอกขนาด 6 คูณ 12 นิ้ว) หรือไม่น้อยกว่า 450 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (ทดสอบด้วยตัวอย่างรูปลูกบาศก์) ที่อายุคอนกรีต 28 วัน โดยใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 หรือประเภท 3 ในปริมาณไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นค่าที่กำหนดไว้ตายตัวสำหรับทุกรุ่นการผลิต
ขั้นตอนถัดมาคือลวดคอนกรีตอัดแรง (PC Wire) ซึ่งเป็นตัวรับแรงดึงหลักของโครงสร้าง ลวดขนาด 4.0 และ 5.0 มิลลิเมตรต้องมีแรงดึงไม่น้อยกว่า 17,500 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ส่วนลวดขนาด 7.0 มิลลิเมตรต้องไม่น้อยกว่า 17,000 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และในระหว่างการดึงลวดเพื่ออัดแรงในแบบหล่อ จะดึงไม่เกิน 75 เปอร์เซ็นต์ของแรงดึงประลัยของลวดเสมอ เพื่อรักษาระยะปลอดภัยไว้ตลอดกระบวนการ สำหรับเหล็กเสริมที่ใช้ประกอบร่วม จะต้องมีจุดครากไม่น้อยกว่า 2,400 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร
หนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการปลดแรงดึง (Transfer) ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคอนกรีตในแบบหล่อมีกำลังอัดถึงไม่น้อยกว่า 280 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตรแล้วเท่านั้น การรอให้คอนกรีตแข็งตัวถึงระดับนี้ก่อนปลดแรงดึงจากลวด PC Wire เป็นขั้นตอนที่ป้องกันความเสียหายของโครงสร้างภายในชิ้นงานตั้งแต่ต้นทาง และเป็นจุดที่ต้องมีการตรวจสอบก่อนดำเนินการทุกครั้ง
ตลอดกระบวนการผลิตทั้งหมด บริษัทฯ ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยร่วมกับระบบควบคุมการผลิตด้วยคอมพิวเตอร์ และมีการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การผสมคอนกรีต การขึ้นรูป ไปจนถึงการปลดแรงดึงและการตรวจสอบชิ้นงานสำเร็จ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ส่งถึงมือลูกค้าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ
มาตรฐานเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเสาเข็มเท่านั้น แต่ครอบคลุมแผ่นพื้นคอนกรีตอัดแรงทุกรูปแบบที่บริษัทฯ ผลิตด้วยเช่นกัน ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์ใดจากบริษัทฯ กำลังอัดคอนกรีต แรงดึงของลวด PC Wire และขั้นตอนการปลดแรงดึง จะเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทุกครั้ง